ป้ายกำกับ

วันจันทร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2565

ตลาดนัดที่หมู่บ้านบนภูเขา หนึ่งปีมีเพียงครั้งเดียว ความสุขเล็ก ๆ ของชาวบ้าน

 


เนื่องจากหมู่บ้านของพวกเราเป็นเพียงหมู่บ้านเล็ก ๆ บนภูเขา หมู่บ้านที่ยังคงรักษาไว้ซึ่งความเป็นเอกลักษณ์บางอย่างเฉพาะตัวที่ไม่มีแล้วในบางจังหวัดหรือในตัวเมืองใหญ่ ๆ เช่น รูปทรงของบ้านเรือนที่อยู่อาศัย ที่ยังต้องรักษาไว้ตามรูปแบบของบ้านสมัยเก่า 


หากต้องสร้างบ้านใหม่แล้วอยากเปลี่ยนบางอย่างให้ทันสมัยบ้าง ก็จำเป็นต้องได้รับการอนุญาตจากทางจังหวัดเสียก่อน  เราไม่สามารถสร้างบ้านตามความชอบของตัวเองได้เลย เป็นต้น


รวมทั้งกิจกรรมประจำท้องถิ่นบางอย่างที่มีมายาวนาน และยังคงรักษาไว้จนถึงปัจจุบัน ซึ่งจัดขึ้นในทุก ๆ ปี เช่น งานเฉลิมฉลองประจำปีบนภูเขา งานประจำปีของหมู่บ้าน และงานตลาดนัดประจำหมู่บ้าน ซึ่งงานเหล่านี้หนึ่งปีจะมีเพียงครั้งเดียว 


โดยเฉพาะงานตลาดนัดประจำปี ที่จะมีสินค้าซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ในท้องถิ่น และสินค้าแฮนด์เมดจำหน่ายบ้างนิดหน่อย พอมีสีสันให้หมู่บ้านไม่เงียบเหงาจนเกินไป เพราะหมู่บ้านของพวกเรามีประชากรค่อนข้างน้อย โดยเฉพาะในฤดูหนาวจะค่อนข้างเงียบพอสมควร 




ปีนี้คือปี พ.ศ. 2565 งานตลาดนัดประจำปีจัดขึ้นในกลางเดือนพฤษภาคม นับว่าค่อนข้างโชคดีพอสมควรที่ฝนไม่ตก อากาศไม่หนาว  แล้วยังมีแดดแดดอ่อน ๆ ไม่ร้อนจนเกินไป จึงทำให้มีผู้คนออกมาพบปะสังสรรค์กันค่อนข้างเยอะเลยทีเดียวหากเทียบกับจำนวนคนที่มีอยู่เพียงน้อยนิด


โดยในงานจะมีซุ้มต่าง ๆ อยู่หลายซุ้ม ซึ่งในแต่ละปีจะมีจำนวนซุ้มไม่เท่ากัน เช่น ซุ้มขายเครื่องดื่ม ซุ้มขายไอศกรีม ซุ้มขายเค้กและขนมหวาน ซุ้มขายงานฝีมือประเภทแกะสลักไม้ ซุ้มขายไส้กรอกและชีสต่าง ๆ ซุ้มขายงานฝีมือประเภทเย็บปักถักร้อย เช่น ผ้าพันคอ ถุงเท้า เสื้อไหมพรม ซุ้มขายเครื่องประดับจำพวกสร้อยคอและต่างหูที่เป็นงานแฮนด์เมด และซุ้มขายถ้วยชามเก่าแก่ เป็นต้น


แต่ที่ขาดไม่ได้ซึ่งถือว่าเป็นไฮไลท์ของงานเลย ก็คือซุ้มขายดอกไม้และพืชผักสวนครัวชนิดต่าง ๆ ที่ผู้คนที่มาร่วมงานต่างเลือกซื้อติดไม้ติดมือคนละหลาย ๆ ต้นกันเกือบทุกคน บางคนซื้อเต็มท้ายรถเก๋งเลยก็มี


ราคาดอกไม้อาจจะสูงกว่าตามท้องตลาดทั่วไปอยู่นิดหน่อย แต่คนที่นี่ก็เต็มใจจ่าย เนื่องจากหนึ่งปีมีเพียงครั้งเดียว แพงหน่อยก็ไม่เป็นไรค่ะ 

ส่วนครอบครัวเราได้ซื้อดอกไม้สีเหลืองมาหนึ่งกระถางเล็ก ๆ เราซื้อแค่นี้เนื่องจากก่อนหน้านี้ได้ซื้อจากร้านขายต้นไม้ในเมืองมาบ้างแล้ว ครั้นจะซื้ออีกก็ไม่มีพื้นที่ให้ปลูกแล้ว วันนี้จึงซื้อต้นเดียวพอ




อ้อ ..ไฮไลท์ของงานอีกหนึ่งอย่างที่ลืมไม่ได้เลย นั่นคืออาหารมื้อเที่ยง ที่ทางหมู่บ้านจัดขึ้นให้คนที่สนใจได้ทานร่วมกัน โดยจ่ายค่าอาหารตามความพอใจของแต่ละคน มีกล่องหยอดเงินค่าอาหารวางอยู่ก่อนเข้ารับอาหาร ใครจะหยอดห้าฟรังก์หรือสิบฟรังก์ก็ได้ไม่บังคับกันค่ะ 


ซึ่งครอบครัวเรามีกันสามคนก็หยอดไป 20 ฟรังก์ ไม่มากแล้วก็ไม่น้อยเกินไป ประมาณนี้แหละกำลังพอดี ส่วนเครื่องดื่มต้องซื้อเอง ที่นี่คือต้องจ่ายเงินซื้อทุกอย่าง ไม่มีเลี้ยงอาหารฟรีเหมือนงานบุญที่ประเทศไทยนะคะ


อาหารประจำงานคือ พาสต้าซอสมะเขือเทศและเนื้อหมูบด อาหารยอดฮิตยอดนิยมประจำงานเทศกาลต่าง ๆ ของคนที่นี่ ถ้าไม่ใช่ Risotto ก็พาสต้า มีแค่นี้ล่ะค่ะ แต่คนที่นี่เขาก็ชอบกันนะ ต่างก็บอกว่าอร่อยกันทุกคน เอาเป็นว่าชอบใครชอบมันก็แล้วกันค่ะ


ทานอาหารเสร็จแล้วก็ซื้อกาแฟดื่มแล้วนั่งคุยกันต่อ ส่วนใครไม่ดื่มหรือใครจะกลับบ้านอันนี้ก็แล้วแต่  เพราะทานอาหารเสร็จก็คือจบงาน กลับบ้านใครบ้านมัน
 

แต่ก็นับว่าเป็นงานประจำปีที่หนึ่งปีมีเพียงครั้งเดียว และสืบทอดกันมายาวนาน เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมเล็ก ๆ ของหมู่บ้านชาวเขาอย่างพวกเรา โอกาสหน้าฟ้าใหม่ค่อยมานัดเจอกันอีกในปีต่อไป สำหรับงานตลาดนัดประจำปีของหมู่บ้านบนภูเขาสูงของประเทศสวิตเซอร์แลนด์


ผู้เขียน Rin Switzerland
แม่บ้านไทยในต่างแดน
สวิตเซอร์แลนด์ ดินแดนแห่งหุบเขาและสายหมอก










อาหารมื้อเที่ยงธรรมดาที่ไม่ธรรมดา และกิจกรรมของชมรมยิงปืนแห่งหมู่บ้านบนภูเขาสูงสวิตเซอร์แลนด์

 



วันนี้เป็นอีกหนึ่งวันแห่งความสนุกสนานซึ่งต้องจดไว้ในบันทึกความทรงจำ เมื่อมีโอกาสได้ไปร่วมรับประทานอาหารมื้อเที่ยงกับทางชมรมยิงปืนของหมู่บ้านบนภูเขาที่สามีเป็นหนึ่งในสมาชิกของชมรมมาเนิ่นนาน นับตั้งแต่เริ่มยิงปืนใหม่ ๆ เลยก็ว่าได้


หลายปีที่ผ่านมาทางชมรมไม่ค่อยจัดกิจกรรมแบบนี้ นั่นคือไม่ค่อยเปิดโอกาสให้บุคคลภายนอกได้ร่วมกิจกรรมเท่าไหร่  เนื่องจากเป็นกิจกรรมภายใน และการรับประทานอาหารของสมาชิกในชมรมก็จะมีเฉพาะนักยิงปืนเท่านั้น  บางปีมีแค่นัดกันไปทานอาหารที่ร้านแล้วก็จบกันไป


แต่ปีนี้สามีเล่าให้ฟังว่า ทางชมรมอยากมีส่วนร่วมกับครอบครัวของสมาชิกในชมรมมากขึ้น จึงเปิดโอกาสให้ทุกคนพาครอบครัวไปทานอาหารและทำกิจกรรมร่วมกัน โดยมีอาหารและขนมหวานเล็ก ๆ น้อย ๆ จำหน่ายในราคาถูก แต่ให้กินได้แบบจุใจกันไปเลย


ซึ่งภายในงานก็จะมีทั้งเคาน์เตอร์บาร์ขายเครื่องดื่มชนิดต่าง ๆ ในราคาแตกต่างกันไป เช่น น้ำเปล่า กาแฟ โค้ก ชาเย็น ไวน์  เป็นต้น ซึ่งราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 2 ฟรังก์สวิสค่ะ




ส่วนอาหารประจำงานที่ไม่ว่างานอะไรก็แล้วแต่ ถ้าไม่ใช่ Risotto ก็ต้องยกให้เมนูยอดฮิตอย่างเมนูนี้เลย พาสต้าซอสมะเขือเทศและหมูสับ เสิร์ฟพร้อมกับขนมปังหั่นชิ้นขนาดพอประมาณ จ่ายคนละ 5 ฟรังก์สวิสเท่านั้น หากชามเดียวยังไม่อิ่มท้องจะขอเพิ่มอีกชามหรือสองชามก็ได้ตามใจเรา


ตามมาติด ๆ ด้วยของหวานสไตล์ฝรั้ง ฝรั่ง นั่นก็คือขนมเค้กโฮมเมดชนิดต่าง ๆ ที่วางเรียงกันอยู่ 4 - 5 อย่าง มีแม่ครัวซึ่งก็เป็นแม่บ้านของสมาชิกในชมรมนั่นแหละ ยืนให้บริการอยู่หนึ่งคน คอยตักเค้กใส่จานให้ลูกค้าและเก็บค่าบริการด้วย ราคาขนมเค้กชิ้นละ 3 ฟรังก์สวิสจ้า ใครอยากได้กี่ชิ้นก็เลือกได้ตามใจเลย จ่ายเงินครบคือจบกันค่ะ


เราสามคน พ่อ แม่ ลูก เลือกเค้กขนมปังผสมช็อกโกแลตมา 2 ชิ้น แค่นี้ก็กินเกือบไม่หมด เพราะชิ้นค่อนข้างโตและเนื้อแน่น คุณสามีกินไปหนึ่งชิ้น ส่วนเราและลูกสาวกินคนละครึ่งชิ้น แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว เพราะก่อนหน้านี้กินพาสต้าไปคนละชาม นี่ก็อิ่มจนเกือบจุกแล้วล่ะค่ะ




นอกจากการทานอาหารร่วมกันแล้ว  ช่วงบ่ายยังมีกิจกรรมให้ได้ทำร่วมกันอีกนิดหน่อย เช่น การโยนเป้าสำหรับผู้ใหญ่ และการเตะฟุตบอลสำหรับเด็ก ซึ่งก็เป็นลูกของบรรดาสมาชิกในชมรม ส่วนใหญ่เป็นเด็กผู้ชายที่ต่างก็เล่นกันอย่างสนุกสนานตามประสาเด็ก ๆ นั่นแหละ


จากนั้นก็ตามมาด้วยการแจกรางวัลอีกเล็กน้อย พอได้ม่วนซื่นโฮแซวกันไป ซึ่งนับว่าเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมเล็ก ๆ แต่อบอุ่น ที่สำคัญคือสนุกสนานและอิ่มหนำสำราญกันถ้วนหน้า ซึ่งไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะมีกิจกรรมแบบนี้อีก แต่ถ้าจัดอีกรอบ ถ้ามีโอกาสเราคงไปร่วมงานแน่นอน

ผู้เขียน : Rin Switzerland
แม่บ้านไทยในต่างแดน
สวิตเซอร์แลนด์ ดินแดนแห่งหุบเขาและสายหมอก

ติดตามดูบรรยากาศสวย ๆ ของประเทศสวิตซอร์แลนด์ได้ที่ลิงก์

https://youtube.com/channel/UCl2-vs6M7G-x7INUmaHjmtA










ข้าวผัดสับปะรดหวานฉ่ำทำง่ายอร่อยสไตล์เรา

ข้าวผัดสับปะรด   อีกหนึ่งเมนูอร่อยและทำง่ายที่คนชอบข้าวผัดไม่ควรพลาด เมนูอยากแนะนำ ด้วยรสชาติเปรี้ยวอมหวานจากเนื้อสับปะรดฉ่ำ ๆ ก...